02-100-4783

ปรึกษาด้านกฏหมายแรงงาน โทรหาเรา

ขอเรียนเชิญเข้าร่วม ฟรี!! สัมมนานะคะ 😊

เมื่อ HR และ Legal เดินไปด้วยกัน การเปลี่ยนผ่านกำลังคนอย่างรอบคอบและมีกลยุทธ์
เพื่อรักษาความเชื่อมั่นขององค์กร

LHH Outplacement HUB ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมงานเสวนาเชิงกลยุทธ์ในหัวข้อ
“Strategic Workforce Transition : HR–Legal Alignment for Employer Brand Protection”
ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การบริหารการเปลี่ยนผ่านกำลังคนไม่ใช่เพียงกระบวนการทาง HR
แต่คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพนักงาน ชื่อเสียงองค์กร และการรับรู้ของสังคมในระยะยาว 
งานเสวนานี้จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง ระหว่าง HR, Legal และผู้นำองค์กรในประเด็นการออกแบบ
Workforce Transition ที่สามารถดูแลพนักงานการบริหารการเปลี่ยนผ่านกำลังคนอย่างมีกลยุทธ์ 
ให้สอดคล้องด้านกฎหมาย เพื่อความเชื่อมั่นและรักษาชื่อเสียงองค์กร

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับเกียรติจากท่าน เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้
ลงทะเบียนได้ที่ลิงค์นี้: https://lnkd.in/gtV26jw2

หมายเหตุ: สถานที่จัดงาจะแจ้งตอบกลับในอีเมลของท่านภายหลังค่ะ
สถานที่: จัดแบบ F2F (สถานที่การอบรมแจ้งในอีเมล์ตอบรับการเข้าร่วม)
**ที่นั่งมีจำนวนจำกัด และขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ได้รับอีเมลยืนยันการเข้าร่วมเท่านั้น**

ขอแสดงความนับถือ
LHH Outplacement HUB
Supporting People with Dignity, Guiding Organizations with Confidence.

ล่าสุด
{"ticker_effect":"slide-v","autoplay":"true","speed":3000,"font_style":"normal"}

ความรู้ทั่วไป

ข่าวสาร

คำพิพากษาคดีแรงงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กฏหมายแรงงานน่ารู้

คดีแรงงาน เป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากคดีแพ่งและคดีอาญาโดยทั่วไป เพราะเป็นข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานหรือเกี่ยวกับสิทธิของนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งข้อขัดแย้งดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาซึ่งเป็นผู้มีความรู้และความเข้าใจในปัญหาแรงงานร่วมกับผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง ทั้งการดำเนินคดีควรเป็นไปโดยสะดวก ประหยัด รวดเร็ว เสมอภาคและเป็นธรรมเพื่อให้คู่ความมีโอกาสประนีประนอมยอมความและสามารถกลับไปทำงานร่วมกันโดยไม่เกิดความรู้สึกเป็นอริต่อกัน จำเป็นต้องยกเว้นขั้นตอนและวิธีการต่างๆ ที่บัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหลายกรณีด้วยกันเพื่อให้เกิดการคล่องตัวยิ่งขึ้นลักษณะพิเศษของการดำเนินคดีแรงงาน

ลักษณะพิเศษของการดำเนินคดีแรงงาน

  •  การดำเนินคดีแรงงาน โจทก์และจำเลยไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าการฟ้อง การส่งหมาย การสืบพยาน หรือการบังคับคดี โดยเฉพาะ    การสืบพยานที่ศาลแรงงานเรียกมา ศาลจะเป็น ผู้จ่ายค่าป่วยการ ค่าพาหนะ และค่าเช่าที่พักให้แก่พยานเอง  ทั้งนี้ ศาลจะพยายามไกล่เกลี่ยให้โจทก์และจำเลยได้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันเสมอ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีความเข้าใจอันดีกันต่อไป
  •  การดำเนินคดีแรงงาน โจทก์และจำเลยไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าการฟ้อง การส่งหมาย การสืบพยาน หรือการบังคับคดี โดยเฉพาะ    การสืบพยานที่ศาลแรงงานเรียกมา ศาลจะเป็น ผู้จ่ายค่าป่วยการ ค่าพาหนะ และค่าเช่าที่พักให้แก่พยานเอง  ทั้งนี้ ศาลจะพยายามไกล่เกลี่ยให้โจทก์และจำเลยได้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันเสมอ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีความเข้าใจอันดีกันต่อไป
  •  
  • นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้มีสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายหรือผู้กระทำการแทน หากประสงค์จะเป็น
  • โจทก์ฟ้องคดีก็อาจยื่นฟ้องโดยทำเป็นหนังสือหรือมาแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อหน้าศาล
  • เมื่อศาลได้รับฟ้องไว้แล้ว จะกำหนดวันพิจารณา ออกหมายเรียกจำเลย และนัดโจทก์ให้มาศาลในวันดังกล่าว หากจำเลยได้รับฟ้องไว้แล้ว จะยื่นคำให้การก่อนวันนัดพิจารณาหรือไปให้การในวันนัดก็ได้
  • ในวันนัดพิจารณา ทั้งสองฝ่ายต้องมาศาล ถ้าโจทก์ไม่มาศาลจะจำหน่ายคดี แต่ถ้าจำเลยไม่มา ศาลจะพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียว ในกรณีที่โจทก์และจำเลยมาพร้อมกัน ศาลจะพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อให้โจทก์และจำเลยได้ตกลงกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็จะกำหนดว่ามีประเด็นข้อพิพาทอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งกำหนดให้โจทก์และจำเลยนำพยานหลักฐานมาสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริง ต่อไป
  • ในการสืบพยาน ศาลจะดำเนินการติดต่อกันไปจนเสร็จคดี เมื่อสืบพยานเสร็จแล้ว โจทก์และจำเลยอาจแถลงการณ์ด้วยวาจาเพื่อให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งได้นำสืบหรืออ้างอิงมา ศาลจะทำคำพิพากษาแล้วอ่านคำพิพากษานั้นโดยเร็ว

ขั้นตอนในการดำเนินคดี

  • นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้มีสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายหรือผู้กระทำการแทน หากประสงค์จะเป็น
  • โจทก์ฟ้องคดีก็อาจยื่นฟ้องโดยทำเป็นหนังสือหรือมาแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อหน้าศาล
  • เมื่อศาลได้รับฟ้องไว้แล้ว จะกำหนดวันพิจารณา ออกหมายเรียกจำเลย และนัดโจทก์ให้มา
  • ศาลในวันดังกล่าว หากจำเลยได้รับฟ้องไว้แล้ว จะยื่นคำให้การก่อนวันนัดพิจารณาหรือไปให้การในวันนัดก็ได้
  • ในวันนัดพิจารณา ทั้งสองฝ่ายต้องมาศาล ถ้าโจทก์ไม่มาศาลจะจำหน่ายคดี แต่ถ้าจำเลยไม่มา ศาลจะพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียว ในกรณีที่โจทก์และจำเลยมาพร้อมกัน ศาลจะพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อให้โจทก์และจำเลยได้ตกลงกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็จะกำหนดว่ามีประเด็นข้อพิพาทอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งกำหนดให้โจทก์และจำเลยนำพยานหลักฐานมาสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริง ต่อไป
  • ในการสืบพยาน ศาลจะดำเนินการติดต่อกันไปจนเสร็จคดี เมื่อสืบพยานเสร็จแล้ว โจทก์และจำเลยอาจแถลงการณ์ด้วยวาจาเพื่อให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งได้นำสืบหรืออ้างอิงมา ศาลจะทำคำพิพากษาแล้วอ่านคำพิพากษานั้นโดยเร็ว

หน่วยงานราชการ

Scroll to Top