อัพเดท
- ร่วมแสดงความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ “มีเวลาพักผ่อน”และ”มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” …!*(ใหม่)
- หลักเกณฑ์การยื่นคำร้องต่อศาลกรณีเร่งด่วนเพื่อระงับหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์*(ใหม่)
- ราชกิจจานุเบกษาประกาศหลักเกณฑ์การเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล*(ใหม่)
- ราชกิจจาฯเผยแพร่ “คำแนะนำประธานศาลฎีกา” การดำเนินคดีอาญาโดยไม่สุจริต เพื่อป้องกันการฟ้องปิดปาก
- ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม จัดตั้งแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในศาลอาญา
- ลูกจ้างขอลาออกโดยกำหนดวันลาออก แต่นายจ้างให้ออกก่อนครบกำหนด ไม่เป็นการเลิกจ้าง
- กสร.ขอความร่วมมือนายจ้าง ให้ลูกจ้างหยุดงานเนื่องในเทศการสงกรานต์
- กสร. ขอความร่วมมือนายจ้าง/สถานประกอบกิจการให้ลูกจ้างหยุดงานในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ปี 2567
- ลูกจ้างกระทำความผิดทะเลาะวิวาท นายจ้างพักงานแล้ว ไม่อาจนำความผิดเดิมมาเลิกจ้างอีก
- ลูกจ้างหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน ลาป่วย ลากิจบ่อยครั้ง เลิกจ้างได้
- ทุจริตต่อหน้าที่เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
- ลูกจ้างถูกบังคับให้เขียนใบลาออก ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ ถือเป็นการเลิกจ้าง
- หัวหน้างานรับรองการทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุดอันเป็นเท็จ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่
- นายจ้างทำสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา หากเลิกจ้างก่อนครบกำหนดโดยไม่มีความผิด เป็นการผิดสัญญาจ้างต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่ลูกจ้าง
- ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศอัตราค่าจ้างฉบับใหม่ มีผล 1 มกราคม 2567
- ประกาศใช้แล้ว “มาตรฐานแรงงานไทยในงานขนส่ง” เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ
- กสร. เตือนนายจ้างต้องยื่นแบบคร.11 ภายในเดือนมกราคม 2567
- ครม.มีมติเห็นชอบ อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานสูงสุด 855 บาท/วัน
- กรมสวัสดิการฯ ขอความร่วมมือนายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานในช่วงเทศกาลปีใหม่
- ลูกจ้างยินยอมโอนย้าย จึงผูกพันตามเงื่อนไขและสภาพการจ้างที่เปลี่ยนแปลงไป
{"ticker_effect":"slide-v","autoplay":"true","speed":3000,"font_style":"normal"}
ข่าวสาร
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
อื่นๆ
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
- พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
- พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
- พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528
- พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
- พระราชกำหนด การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560
คำพิพากษาย่อสั้น
ความรู้ทั่วไป
กฎหมายแรงงานน่ารู้
คดีแรงงาน เป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากคดีแพ่งและคดีอาญาโดยทั่วไป เพราะเป็นข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานหรือเกี่ยวกับสิทธิของนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งข้อขัดแย้งดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาซึ่งเป็นผู้มีความรู้และความเข้าใจในปัญหาแรงงานร่วมกับผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง ทั้งการดำเนินคดีควรเป็นไปโดยสะดวก ประหยัด รวดเร็ว เสมอภาคและเป็นธรรมเพื่อให้คู่ความมีโอกาสประนีประนอมยอมความและสามารถกลับไปทำงานร่วมกันโดยไม่เกิดความรู้สึกเป็นอริต่อกัน จำเป็นต้องยกเว้นขั้นตอนและวิธีการต่างๆ ที่บัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหลายกรณีด้วยกันเพื่อให้เกิดการคล่องตัวยิ่งขึ้นลักษณะพิเศษของการดำเนินคดีแรงงาน
ลักษณะพิเศษของการดำเนินคดีแรงงาน
- การดำเนินคดีแรงงาน โจทก์และจำเลยไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าการฟ้อง การส่งหมาย การสืบพยาน หรือการบังคับคดี โดยเฉพาะ การสืบพยานที่ศาลแรงงานเรียกมา ศาลจะเป็น ผู้จ่ายค่าป่วยการ ค่าพาหนะ และค่าเช่าที่พักให้แก่พยานเอง ทั้งนี้ ศาลจะพยายามไกล่เกลี่ยให้โจทก์และจำเลยได้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันเสมอ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีความเข้าใจอันดีกันต่อไป
- นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้มีสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายหรือผู้กระทำการแทน หากประสงค์จะเป็นโจทก์ฟ้องคดีก็อาจยื่นฟ้องโดยทำเป็นหนังสือหรือมาแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อหน้าศาล
- เมื่อศาลได้รับฟ้องไว้แล้ว จะกำหนดวันพิจารณา ออกหมายเรียกจำเลย และนัดโจทก์ให้มาศาลในวันดังกล่าว หากจำเลยได้รับฟ้องไว้แล้ว จะยื่นคำให้การก่อนวันนัดพิจารณาหรือไปให้การในวันนัดก็ได้
- ในวันนัดพิจารณา ทั้งสองฝ่ายต้องมาศาล ถ้าโจทก์ไม่มาศาลจะจำหน่ายคดี แต่ถ้าจำเลยไม่มา ศาลจะพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียว ในกรณีที่โจทก์และจำเลยมาพร้อมกัน ศาลจะพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อให้โจทก์และจำเลยได้ตกลงกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็จะกำหนดว่ามีประเด็นข้อพิพาทอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งกำหนดให้โจทก์และจำเลยนำพยานหลักฐานมาสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริง ต่อไป
- ในการสืบพยาน ศาลจะดำเนินการติดต่อกันไปจนเสร็จคดี เมื่อสืบพยานเสร็จแล้ว โจทก์และจำเลยอาจแถลงการณ์ด้วยวาจาเพื่อให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งได้นำสืบหรืออ้างอิงมา ศาลจะทำคำพิพากษาแล้วอ่านคำพิพากษานั้นโดยเร็ว
ขั้นตอนการดำเนินคดี
- นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้มีสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายหรือผู้กระทำการแทน หากประสงค์จะเป็นโจทก์ฟ้องคดีก็อาจยื่นฟ้องโดยทำเป็นหนังสือหรือมาแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อหน้าศาล
- เมื่อศาลได้รับฟ้องไว้แล้ว จะกำหนดวันพิจารณา ออกหมายเรียกจำเลย และนัดโจทก์ให้มา
- ศาลในวันดังกล่าว หากจำเลยได้รับฟ้องไว้แล้ว จะยื่นคำให้การก่อนวันนัดพิจารณาหรือไปให้การในวันนัดก็ได้
- ในวันนัดพิจารณา ทั้งสองฝ่ายต้องมาศาล ถ้าโจทก์ไม่มาศาลจะจำหน่ายคดี แต่ถ้าจำเลยไม่มา ศาลจะพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียว ในกรณีที่โจทก์และจำเลยมาพร้อมกัน ศาลจะพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อให้โจทก์และจำเลยได้ตกลงกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็จะกำหนดว่ามีประเด็นข้อพิพาทอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งกำหนดให้โจทก์และจำเลยนำพยานหลักฐานมาสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริง ต่อไป
- ในการสืบพยาน ศาลจะดำเนินการติดต่อกันไปจนเสร็จคดี เมื่อสืบพยานเสร็จแล้ว โจทก์และจำเลยอาจแถลงการณ์ด้วยวาจาเพื่อให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งได้นำสืบหรืออ้างอิงมา ศาลจะทำคำพิพากษาแล้วอ่านคำพิพากษานั้นโดยเร็ว
Previous image
Next image


















